พระพุทธองค์ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า [การเกิดใหม่ประดุจดั่งเมล็ดพันธุ์พืช]
พระพุทธองค์ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า
[การเกิดใหม่ประดุจดั่งเมล็ดพันธุ์พืช]
.
ถ้าเม็ดพืชนี้สมบูรณ์ดี การเกิดเนี่ย 100%
ย่อมมีการเกิดอีกแน่นอน
.
ถ้าเมล็ดพืชนี้ไม่มีความสมบูรณ์ดี
ถ้าร่วงหล่นจากต้น แล้วลงน้ำ
ถ้าร่วงหล่นลงพื้นคอนกรีต ก็แทบที่จะไม่สามารถเกิดได้เลย
เหล่านี้คือเหตุปัจจัย
.
พระพุทธองค์เลยตรัสว่า 
ถ้าความพร้อมมูลของเหตุปัจจัยเหล่านี้มีพร้อม มีครบถ้วน
การเกิดย่อมมี
.
แล้วมนุษย์เราหล่ะ เป็นอย่างไร 
.
เมื่อจิตเคลื่อนออกจากร่าง
ประดุจดั่งผลไม้ที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น
เมล็ดพันธุ์นั้น ประดุจดั่งวิญญาณ
เนื้อในของเมล็ดพันธุ์นั้น ประดุจดั่งตัณหา
เนื้อในนี้พระองค์ใช้คำว่า ยางเหนียว
พื้นดินประดุจดั่ง กรรม
.
เหตุปัจจัยทั้ง 3 อย่างนี้ประกอบรวมกัน พร้อมมูลเมื่อไหร่
การเกิดย่อมมี
.
พระอรหันต์ทั้งหลาย ท่านละตัณหาได้แล้ว
คือ ยางเหนียว ที่เป็นตัวพืชนั้น ถูกทำลายแล้ว
การเกิดย่อมไม่มี
.
ถ้าปุถุชนมันพร้อมมูลหมดเลย พอพร้อมมูลหมดเนี่ย
การเกิดย่อมมี
.
การเกิดของมนุษย์ก็ไม่ได้แตกต่างจากพืชพันธุ์
เพราะมนุษย์เรา คือ ธรรมชาติ
เราอย่ามาถือตัวว่า เราคือมนุษย์แล้วเหนือกว่าธรรมชาติ
มนุษย์ ต้นไม้ ก็แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกัน
.
พระองค์อธิบายเปรียบเทียบให้ทราบ เพื่อจะได้เห็นภาพว่า
การเกิดใหม่ย่อมมีด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้
.
ชาตินี้ตายแล้ว จบสิ้นกันไปแล้ว ก็ขาดสูญไปเลย
ไม่ต้องรับผลกรรม อันนี้คือมิจฉาทิฏิฐิล้วนๆ


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น